ตัวอย่างข้อสอบกรมวิเทศสหการ
 
"เรื่องเกี่ยวกับข้อสอบของกรมวิเทศสหการ" การทดสอบภาษาอังกฤษของกรมวิเทศสหการ มี 3 ประเภท คือ
1. การทดสอบตามข้อสอบของกรมวิเทศสหการ (DTEC TEST) เป็นการทดสอบ ซึ่งจัดทำขึ้นโดย กรมวิเทศสหการ สำหรับผู้สมัครรับทุน ศึกษา วิจัย สัมมนา ดูงาน ฝึกอบรม ด้วยทุนจากแหล่งผู้ให้ทุนต่าง ๆ (ยกเว้นสหรัฐอเมริกา ซึ่งผู้สมัครรับทุนจะต้องสอบ ALIGU Test) ผู้สมัครรับทุนจะต้องสอบผ่านตามเกณฑ์คะแนนที่กำหนดไว้ รายละเอียดเกี่ยวกับการทดสอบของกรมวิเทศสหการจะปรากฎในหนังสือคู่มือการทดสอบฉบับนี้
2. การทดสอบ IELTS (International English Language Testing System) เป็นการทดสอบสำหรับผู้สมัครรับทุน รัฐบาลอังกฤษ ออสเตรเลีย เพื่อศึกษา วิจัย สัมมนา ดูงาน ฝึกอบรม โดยจะต้องเข้ารับการทดสอบ IELTS หลังจากผ่านการ ทดสอบของ กวส. แล้ว สำหรับสถานที่สอบคือ British Council, 428 ถนนพระรามที่ 1 สยามสแควร์ กรุงเทพฯ หรือสำนักงาน IDP International Development Program of Australian Universities and Colleges) ชั้น 4 อาคารซีพี 313 ถนนสีลม กรุงเทพฯ
3. การทดสอบ ALIGU (American Language Institute of Georgetown University) เป็นการทดสอบสำหรับ ผู้สมัครรับทุน ศึกษา วิจัย สัมมนา ดูงาน ฝึกอบรม ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยทุน USAID (United States Agency for International Development Program of Australian Universities and Colleges) ชั้น 4 อาคารซีพี 313 ถนนสีลม กรุงเทพฯ
3. การทดสอบ ALIGu (American Language Institute of Georgetown University) เป็นการทดสอบสำหรับ ผู้สมัครรับทุน ศึกษา วิจัย สัมมนา ดูงาน ฝึกอบรม ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยทุน USAID (United States Agency for International Development) หรือการสมัครรับทุน ศึกษา วิจัย สัมมนา ดูงาน ฝึกอบรม ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยทุนขององค์การสหประชาชาติ ผู้สมัครรับทุนต้องสอบผ่านตามเกณฑ์คะแนนที่กำหนดมากับข้อสอบ โดยมีกรมวิเทศสหการเป็นผู้ดำเนินการทดสอบ
                                                                           ระดับและเกณฑ์ตัดสิน
ข้อสอบกรมวิเทศสหการที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ แบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ
- ระดับศึกษาต่อ (Academic)
- ระดับฝึกอบรมและดูงาน (Practical) เกณฑ์ตัดสิน
สำหรับการสอบแต่ละระดับปรากฎตามตารางดังต่อไปนี้
ระดับ
(Level)
ประเภทของผู้สมัครรับทุน
(Candidates)
คะแนนตัดสิน (Pass Mark)
1. ศึกษาต่อ (Academic) ปริญญาเอก ปริญญาโท งานวิจัยเชิงวิชาการ สัมมนา วุฒิบัตรหรือประกาศนียบัตร ซึ่งสูงกว่าปริญญาตรี (Ph.D.; Masters; research work; seminars; post- graduate diplomas or certificates.)
70%
2.ดูงานและฝึกอบรม (Practical) ฝึกอบรมซึ่งจะต้องมีงานวิชาการ ฝึกอบรมและดูงาน สังเกตการณ์ (Practical training involving academic work; practical training; observation
50% 60% หรือ 70%

ระดับการทดสอบและการตัดสินคะแนนผ่าน อาจแตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ข้างต้น ตามเงื่อนไขของแหล่งทุน


                                                          ตัวอย่างแนวข้อสอบกรมวิเทศสหการ (The Tests)
ข้อสอบการอ่านทั้งระดับศึกษา (Academic) และระดับฝึกอบรมและดูงาน (Practical) มี 7 ส่วน ข้อสอบทั้ง 2 ระดับมีส่วนที่เหมือนกัน 4 ส่วน และแตกต่างกัน 3 ส่วน ดังนี้

                       ตัวอย่างแนวสอบการอ่าน สำหรับผู้รับทุนระดับศึกษา (Academic Reading Test)
ส่วนที่ 1 (Part 1)
แบบทดสอบ (Format)
ประกอบด้วยเรื่อง หรือบทความ (passage) ยาวประมาณ 1 หน้ากระดาษ โดยจะเว้นช่องว่างไว้ทั้งหมด 15 แห่ง เริ่มตั้งแต่หมายเลข 1-15 ผู้สอบจะต้องเลือกคำตอบที่ถูกต้องจากตัวเลือก 4 คำ ที่มีอยู่ในกระดาษคำตอบ สำหรับคำตอบแต่ละข้อ (multiple choice) โดยทำเครื่องหมายวงกลมรอบข้อที่เลือก
ทักษะที่จำเป็น (Skills)
ผู้สอบจะต้องมีความรู้ด้านโครงสร้างทางไวยากรณ์
                                                                                 ตัวอย่าง
Choose the answers that complete this passage correctly. Mark your answers on your Answer Pages. Put a circle (O) round the correct answer.
                                                                   LOGGING FOR CLEAN AIR
                In recent years the worldwide environmental movement has begun to agitate strongly for preserving tropical rain forests. The issue continues to concern (1) .............number of group, from Greenpeace and the Rain Forest Alliance (2).........Earth First. (3)............the reasons usually cited is the helpful role trees play in (4)..............the amount of carbon in the atmosphere through absorption.
1.  A. vast
     B. any
    C. every
    D. Some
2. A. and
    B. towards
    C. with
    D. to
3. A. Between
    B. Also
    C. Among
    D. One
4. A. reduction of
    B. reducing
    C. reduced
    D. reduction
คำตอบที่ถูกต้อง 1. B. 2. D. 3. C. 4. B.

ส่วนที่ 2 (Part 2)
แบบทดสอบ (Format)
ประกอบด้วยเรื่อง หรือบทความ (passage) ยาวประมาณ 1 หน้ากระดาษ โดยจะเว้นช่องว่างไว้ทั้งหมด 15 แห่ง เริ่มตั้งแต่หมายเลข 16-30 ผู้สอบจะต้องเติมคำซึ่งมีความหมายสอดคล้องกับเนื้อเรื่องลงในช่องว่างดังกล่าว โดยจะต้องเติมคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำเดียวเท่านั้นลงในช่องว่างและแต่ละแห่ง
ทักษะที่จำเป็น (Skills)
ผู้สอบจำเป็นจะต้องมีความเข้าใจในเนื้อหาของเรื่อง จึงจะสามารถเติมคำตอบที่ถูกต้องลงในแต่ละช่องว่างได้

                                                                                    ตัวอย่าง
Read tht following extract from a introduction on travellers' health and then complete it by filling in One word that makes sense in each blank space. In some cases there is more than one possibility. Write your answers on your Answer Pages.                                                                       How to Stay Healthy Abroad
                From the moment the leave the security of their usual environment, travellers are at risk. Hazards arise not (6)...........from strange diseases they enconuter on their travels, but from other factors too. Home comforts such as a safe ware supply, public hygiene controls, and legal safety standards, to give just a few (17)............, are easily taken for granted when they are present, (18) ............simply do not exist in many popular travel destinations.
คำตอบที่ถูกต้อง 16. Just, merely, only, simply, solely, exclusively
                         17. examples, instances
                         18. but

ส่วนที่ 3 (Part 3)
แบบทดสอบ (Format)
ประกอบด้วย เรื่องหรือบทความ (text) เช่น บทความเพื่ออธิบายแผนผังของห้องสมุด พร้อมทั้งคำถาม 5 ข้อ โดยเริ่มตั้งแต่หมายเลข 31-35 โดยมีจุดประสงค์ให้ผู้สอบอ่านคร่าว ๆ อย่างรวดเร็ว (Scan) เพื่อค้นหาข้อมูลคำตอบ ทักษะที่จำเป็น (Skills)
ผู้สอบจะต้องมีความรู้และประสบการณ์ในการหาข้อมูลคำตอบอย่างรวดเร็ว และถูกต้อง จากการอ่านบทความดังกล่าว                                                                                     ตัวอย่าง
First read these questions.
31. How often does a seminar group usually meet?
32. What factor makes studying a degree in the U.K. unlike other places?
Now read this extract from a university prospectus and answer the questions. Write your answers on your Answer pages.
                                                                            HOW WE TEACH
             There are many ways of communication information and of encouraging intellectual development. At the University of East Anglia (U.E.A.) we make use of a variety of active and passive methods of teaching. The traditional lecture course remains an essential means of conveying large amounts of information or of giving a general view of a particular field of study. It is widely used at the U.E.A., particularly in the sciences and in the professional subjects.
             From our earliest days the seminar course has provided a more active environment to encourage students to develop their own thinking and to gain experience in expressing their own ideas. A seminar group comprises up to 15 students under the guidance of a member of faculty. The group will meet once or twice a week and investigate a specific topic in considerable depth. Reading lists are provided in advance and students are expected to do a great deal of preparatory private study and to contribute to the exchange of ideas and to discussion during the seminar. Indeed, the most important feature of a British university degree course, which distinguishes a British degree from those of other countries, i reading.
คำตอบที่ถูกต้อง 31. once or twice a week
                         32. reading

ส่วนที่ 4 (Part 4)
แบบทดสอบ (Format)
ประกอบด้วย ตารางซึ่งแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนที่ 1 บรรจุข้อความที่มีความเห็นคล้อยตาม อีกส่วนหนึ่งบรรจุข้อความแสดงความเห็นคัดค้าน ข้อความเชิงคล้อยตามจะมีทั้งสิ้น 6 บท และข้อความในเชิงคัดค้าน 7 บท ผู้เข้าสอบจะต้องจับคู่ข้อความเชิงคัดค้านกับข้อความเชิงคล้อยตาม หรือเห็นด้วยกับหัวข้อเรื่องเขาด้วยกัน โดยใส่คำตอบลงในกระดาษคำตอบซึ่งจะเริ่มตั้งแต่หมายเลข 36-40
ทักษะที่จำเป็น (Skills)
ผู้เข้ารับการทดสอบจะต้องมีความเข้าใจในเนื้อหาของข้อความเชิงเห็นด้วย และคัดค้าน
                                                                                ตัวอย่าง
           Below you can see six arguments in favour of ending direct taxation, and seven arguments against it. The paragraphs containing the arguments and counter-arguments are in the wrong order. Match each argument with its counter-argument. One of the counter-arguments does NOT have an argument in favour. Match the other arguments. The first one has been done for you as an example. Write your answers on your Answer Pages.
                                                        THE END OF DIRECT TAXATION?

FOR
AGAINST
A. The revenue from direct taxation is uncertain and fluctuating.
B. For some of the articles on which indirect taxation is already imposed, there s another, moral factor rendering it desirable to make them more expensive as a means of preventing excessive consumption. Two obvious cases in point are alcohol and tobacco.
1. Unduly high indirect taxes may restrict consumption, but a balance has to be struck between that nad an equally undue drop in revenue.
2. The yield from all forms of taxation is uncertain and fluctuating.

คำตอบที่ถูกต้อง 36. A = 2
                         37. B = 1

ส่วนที่ 5 (Part 5)
แบบทดสอบ (Format)
ประกอบด้วย เรื่องหรือบทความ ซึ่งมีความยาวประมาณ 500 คำ เนื้อหาของเรื่องจะมีลักษณะเป็นเรื่องกว้าง ๆ ไม่ได้เน้นความรู้เฉพาะด้าน และตามด้วยคำถามในลักษณะประโยคบอกเล่า โดยแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ ประโยคบอกเล่าที่ถูกต้อง (correct) ไม่ถูกต้อง (incorrect) หรือข้อความเหล่านั้นมิได้ปรากฎในเรื่อง (no information given) ผู้เข้ารับการทดสอบจะต้องเลือกคำตอบที่ถูกต้องตามใจความของเนื้อเรื่อง โดยตอบคำถามลงในกระดาษคำตอบซึ่งมีจำนวน 10 ข้อ ตั้งแต่หมายเลข 41-50
ทักษะที่จำเป็น (Skills)
ผู้เข้ารับการทดสอบจะต้องสามารถค้นหาข้อมูลความจริงที่ปรากฎในเนื้อเรื่องได้
                                                                              ตัวอย่าง
Read this extract from a university brochure. Decide whether the sentences given at the end of the extract are correct, incorrect or whether no information is given, Write A, B or C on your Answer page. The first one has been done for you as an example.
                                                            INTERNATIONAL STUDENTS
           For many students from overseas the process of adjustment to life in Englang is not easy. We are concerned to help that process as far as we can. The Dean of Students has overall responsibility for the welfare and discipline of students. The Dean's area of concern stretches from student residences to financial counselling. In the Dean of Students' Office there is a Deputy Dean with designated responsibility for international students who organises an orientation programme at the beginning of the academic year and details are sent to all international students who have been accepted.
Now decide whether these sentences are correct, incorrect or whether no information is given. Write your answers on your answer Pages.
Correct Incorrect No information given
Example : A Handbook for overseas students is published A B C
every year.
The correct answer is A, which you can see in the space on your Answer Pages.
41. As a Thai you can obtain advice about A B C
accommodation from the office of the Dean of Students.
42. Any overseas students applying to the University, A B C will be sent details of the orientation program. คำตอบที่ถูกต้อง 41. A 42. B

ส่วนที่ 6 & 7 (Part 6 & 7)
แบบทดสอบ (Format)
ในแต่ละส่วน จะประกอบด้วยเรื่องหรือบทความยาวประมาณ 650-750 คำ โดยจะเป็นเรื่องทั่ว ๆ ไป มิได้เน้นความรู้เฉพาะสาขาวิชา ผู้เข้ารับการทดสอบจะต้องเลือกคำตอบที่ถูกต้องจากคำตอบที่มีให้เลือก 4 ข้อ (multiple choice) ในแต่ละส่วนจะประกอบด้วยคำถาม 10 ข้อ โดยส่วนที่ 6 ตั้งแต่หมายเลข 51-60 และส่วนที่ 7 ตั้งแต่หมายเลข 61-70 ทักษะที่จำเป็น (Skills)
ผู้เข้ารับการทดสอบจะต้องมีความเข้าใจเนื้อหาของเรื่อง ระดับความยากง่ายของเรื่องจะเท่ากับระดับที่ผู้เรียน จะต้องพบและอ่านเวลาไปศึกษาต่อ
                                                                                  ตัวอย่าง
Read the following extract from an article and then answer the questions. Mark your answers on your Answer Pages.                                                                     THE BLIND LIBRARIANS
            Computers are good at storing pictures, but bad at understanding them. Machines are expert at recording and storing images, but cannot make even the most fundamental sense of them without help. Tasks that humans do not even recognise as such-the recognition that a landscape in sunlight is the same as a landscape in shadow, or that a man on a conkey is not one animal-leave computers confused. Deconfusing them would open new markets, and make lots of money.
           The simple ability to see thins and compare them with the way they should be, without any more complex understanding of what they are, can be useful. Cognex, a software company founded by artificial-intelligence researchers, writes programs that enable computerised manufacturing tools to check the quality of their work. Shinkawa, a japanese chip maker, now has welding tools which, thanks to the Cognex program, can use cameras to guide themselves as they fit semiconductors into their tiny containers, a job that used to be supervised by people with microscopes.
51. Computers can
A. carry out the same tasks as humans.
B. differentiate between objects when adjoined.
C. understand pictures independently of humans.
D. file but not interpret drawings.

52. The Cognex program allows
A. humans to check the work of welding tools.
B. tols to understand what they are doing.
C. semiconductors to be inserted by machines.
D. cameras to direct manufacturing tools.
คำตอบที่ถูกต้อง 51. D. 52. C.

                                                        ตัวอย่างกระดาษคำตอบข้อสอบการอ่าน
                                                                  ระดับศึกษา (Academic) 
                                                                       (ANSWER SHEET)

NAME : ................................................................
DATE DTEC TEST TAKEN :................................. NO:.................................................................
ACADEMIC READING TEST-ANSWER PAGES
PART 1 PART 2
1. A B C D 16. ..............................................................
2. A B C D 17. ..............................................................
3. A B C D 18. ..............................................................
4. A B C D 19. ..............................................................
5. A B C D 20. ..............................................................
6. A B C D 21. ..............................................................
7. A B C D 22. ..............................................................
8. A B C D 23. ..............................................................
9. A B C D 24. ..............................................................
10. A B C D 25. ..............................................................
11. A B C D 26. ..............................................................
12. A B C D 27. ..............................................................
13. A B C D 28. ..............................................................
14. A B C D 29. ..............................................................
15. A B C D 30. ..............................................................
PART 3 PART 5
31. .............................................................. Example ......................................................
32. .............................................................. 41. ..............................................................
33. .............................................................. 42. ..............................................................
34. .............................................................. 43. ..............................................................
35. .............................................................. 44. ..............................................................
45. ..............................................................
PART 4 46. ............................................................
Example 47. ...........................................................
36. .............................................................. 48. ..............................................................
37. .............................................................. 49. ..............................................................
38. .............................................................. 50. ..............................................................
39. ..............................................................
40. ..............................................................
PART 6 PART 7
51. A B C D 61. A B C D
52. A B C D 62. A B C D
53. A B C D 63. A B C D
54. A B C D 64. A B C D
55. A B C D 65. A B C D
56. A B C D 66. A B C D
57. A B C D 67. A B C D
58. A B C D 68. A B C D
59. A B C D 69. A B C D
60. A B C D 70. A B C D

                                      ลักษณะข้อสอบการฟังระดับ Academic และ Practical ของกรมวิเทศสหการ
ระดับ Academic Listening Test ประกอบด้วย :
1. Short messages, announcements and instructions
2. A conversation between three people
3. A conversation between two people
4. A lecture
ระดับ Practical Listening Test ประกอบด้วย :
1. Short messages, announcements and instructions
2. A diagram
3. A conversation between two people
4. A lecture

                                                     คำแนะนำในการฟัง (DTEC Listening Test)
          ทุก ๆ วันในชีวตประจำวันเราจะได้ยิน (hear) คนพูดทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน จากวิทยุ โทรทัศน์ บนรถเมล์ และตามท้องถนน อย่างไรก็ตามเราไม่ได้ฟัง (Listen to) คนเหล่านั้นในลักษณะเดียวกัน ทั้งนี้ เพราะในการฟังแต่ละครั้งเราฟังด้วยวัตถุประสงค์ ที่แตกต่างกันออกไป บางครั้งเราฟังเพราะเราต้องการทราบข้อมูลเฉพาะ (spectiic information) บางอย่าง เช่น ชื่อคน สถานที่ หรือข้อเท็จจริง (fact) ต่าง ๆ ซึ่งตลอดเวลาที่ฟังเราก็มักจะรอว่าเมื่อไหร่ข้อมูลที่เราต้องการเหล่านั้นจึงจะถูกกล่าวถึงเสียที เพื่อเราจะได้ตั้งอกตั้งใจฟังอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม การฟังของเราในบางครั้งนั้น เราเพียงแต่ฟังให้ผ่านหูเพื่อรู้เรื่องราว แต่เพียงคร่าว ๆ ในเรื่องที่ผู้พูดกำลังพูดอยู่เท่านั้น และบางครั้งถ้าเราไม่สนใจเรื่องที่พูดนั้นเลย เราก็จะไม่ตั้งใจฟังคำพูดนั้น เท่าไรนัก จึงอาจเปรียบได้ว่าคำพูดนั้น "เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา" ดังนั้น เหตุผลหรือวัตถุประสงค์ในการฟังของเรานี้เอง ที่จะเป็นเครื่องกำหนดหรือตัดสินว่าเราควรจะฟังอย่างไร
           ในการฟังทุกครั้งจึงควรหาเหตุผลและกำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน เช่น ในการทำแบบฝึกหัดการฟังต่าง ๆ นั้น การฟังของเราอาจมีวัตถุประสงค์ต่าง ๆ กัน เช่น ฟังเพื่อตอบคำถาม หรือเติมข้อมูลในแผนผังให้สมบูรณ์ แต่ถ้าหากเป็น การฟังแบบอื่น เช่น ฟังวิทยุนั้น ถ้าผู้ฟังลองคิดตั้งคำถาม 2-3 ข้อ เพื่อหาคำตอบจากรายการวิทยุที่กำลังฟังอยู่นั้น จะช่วยให้ฟังเรื่องราวได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น
           อีกประการหนึ่ง ผู้ฟังไม่จำเป็นต้องเข้าใจคำพูดทุกคำที่ได้ยิน เพราะการฟังเป็นขบวนการคัดเลือกว่าข้อมูลส่วนใด ที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์หรือเหตุผลในการฟังของเรา ตามธรรมชาติของการพูดโดยทั่ว ๆ ไปนั้น ตัวผู้พูดเองรู้ว่า เขาต้องการพูดอะไร แต่เขาจะพูดอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเขาในขณะที่เขากำลังพูดนั้นเอง ซึ่งย่อมหมายความว่า การพูดของแต่ละบุคคลจะประกอบ ไปด้วยลักษณะต่าง ๆ เหล่านั้น
1. คำที่ไม่มีความหมาย แต่ถูกใช้เพื่อแสดงให้เห็นว่า ผู้พูดกำลังอยู่ในระหว่างลังเลใจว่าพูดอะไรต่อไป หรือคำที่ใช้คั่นเวลา เพื่อไม่ให้การพูดนั้นขาดตอน ผู้พูดอาจใช้คำหรือวลี เช่น "er", "um", "weel", "I mean", "actually, เป็นต้น
2. เรามักจะพบเสมอว่า ขณะที่ผู้พูดกำลังพูดข้อความหนึ่ง แต่เกิดเปลี่ยนใจกะทันหัน จึงทิ้งประโยคเดิมค้างไว้ อย่างนั้นทั้งที่ยังพูดไม่จบประโยค และเปลี่ยนไปใช้ประโยคใหม่
3. การพูดซ้ำหรือพูดทวนสิ่งที่ได้พูดไปแล้ว ตามปกติมักจะคิดถึงเรื่องที่จะต้องการพูดไปพร้อม ๆ กันกับ ในขณะที่กำลังพูดแล้วจึงสรุปและทบทวนประเด็นสำคัญในตอนท้ายของการพูดอีกครั้งหนึ่ง
4. เนื่องจากบุคคลนั้นต้องการพูดเพื่อสื่อความคิดหรือข้อมูลให้ผู้อื่นได้รับรู้ ดังนั้นเมื่อใจมุ่งที่จะให้ผู้อื่น เข้าใจความคิดของตนอย่างเดียว ไม่ได้สนใจกับหลักเกณฑ์การใช้ไวยากรณ์ให้ถูกต้อง จึงอาจมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น โดยไม่ทันได้ระวัง เนื่องจากลักษณะต่าง ๆ 4 ประการดังกล่าวนั้น เป็นการพูดตามธรรมชาติโดยทั่วไป จึงมีการใช้คำมากกว่า ในการพูดที่มีบทหรือร่างมาก่อนล่วงหน้า (scripted speech) เพื่อสื่อสารเนื้อความเดียวกัน ในกรณีเช่นนี้ผู้ฟังควร ต้องให้ความสนใจเฉพาะกับข้อความที่ผู้พูดพยายามสื่อสารเท่านั้น โดยไม่ต้องเอาใจใส่กับการใช้ภาษาของผู้พูด และกังวลกับลักษณะต่าง ๆ ของการพูดตามธรรมชาติดังที่ได้กล่าวมาแล้ว

                                                                                ข้อควรจำ
1. อย่าวิตกกังวลเมื่อไม่เข้าใจทุกคำพูดที่ได้ฟัง เพราะส่วนหนึ่งของทักษะในการฟังคือ ความสามารถที่จะ ตอบสนอง (respond) ได้ แม้ว่าจะไม่เข้าใจทุกคำพูด
2. การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ คือกุญแจไปสู่สมรรถภาพในการฟังที่สูงขึ้น ควรหมั่นฟังวิทุยแม้ว่าจะไม่เข้าใจทุกคำพูด ฟังรายการภาษาอังกฤษจากวิทยุ โทรทัศน์ ฟังเพลง ฟังชาวต่างประเทศสนทนากันตามสถานที่ต่าง ๆ หรือฟังอะไร ก็ได้แล้วแต่จะหาได ้
3. ใช้วิทยุหรือเครื่องเล่นเทปที่มีคุณภาพดีสำหรับฝึกฟัง
4. ระลึกไว้เสมอว่า การฟังภาษาต่างประเทศ เปรียบเหมือนกับการอ่านหนังสือนวนิยายสืบสวน จากการฟัง คุณอาจเข้าใจคำบางคำ และวลีบางวลี แล้วจึงนำคำและวลีเหล่านั้นมาปะติดปะต่อกันอย่างชาญฉลาดเพื่อจะได้เข้าใจ เนื้อเรื่องทั้งหมด ซึ่งการทำเช่นนั้นก็คล้ายคลึงกับนักสืบที่ทำงานสืบสวนในคดีอาชญากรรมนั่นเอง

                                                       คำแนะนำในการทำข้อสอบการฟัง
1. การเตรียมตัวก่อนสอบ
- ข้อสำคัญที่สุดในการเตรียมสอบ คือผู้เข้ารับการทดสอบ ควรจะหาเวลาฝึกฝนการฟังภาษาอังกฤษ ก่อนเข้ารับการทดสอบให้สม่ำเสมอ
- ผู้เข้ารับการทดสอบ จะไม่สามารถแบ่งเวลาในการทำข้อสอบส่วนนี้ได้ตามที่ต้องการเช่นเดียวกับข้อสอบ ภาคการอ่าน เพราะในการทำข้อสอบภาคการฟัง เวลาได้ถูกกำหนดไว้ผู้เข้าสอบจะต้องทำข้อสอบตามลำดับที่ได้จัดไว้
2. การฟังคำสั่ง (Instructions)
- ตั้งใจฟังคำสั่ง โดยเฉพาะในช่วงแรก ผู้เข้ารับการทดสอบจะทราบว่ากำลังจะได้รับฟังบทความประเภทไหน เช่น เมื่อได้ยินคำสั่งว่า "You will now hear a conversation between.........." แสดงว่ากำลังจะได้รับฟังบทสนทนาระหว่าง บุคคล 2-3 คน หรือ "You will now hear a talk.........." แสดงว่ากำลังจะได้รับฟังบทบรรยายโดยมีบุคคลเพียงคนเดียว เป็นผู้บรรยาย เป็นต้น
3. คำถาม (The Questions)
- ในการทำข้อสอบการฟังบางส่วน ผู้เข้ารับการทดสอบจะมีเวลาช่วงหนึ่งเพื่ออ่านคำถาม ก่อนที่จะฟังเรื่องราว หรือคำบรรยาย ฯลฯ
- ควรศึกษาคำถามอย่างละเอียด โดยตั้งคำถามว่า ข้อมูลอะไรที่ผู้สอบต้องการทราบ
- เมื่อทำข้อสอบเสร็จ ผู้เข้ารับการทดสอบจะมีเวลาประมาณ 3 นาที เพื่อตรวจทานคำตอบ
4. การพลาดตอบคำถาม (Missing a question)
- ขณะทำสอบ ผู้เข้ารับการทดสอบไม่ควรกังวลใจ เมื่อพลาดที่จะตอบคำถามส่วนใดส่วนหนึ่ง
- อย่าย้อนคิด กังวลใจถึงข้อผิดพลาดข้างต้น พยายามตั้งใจทำข้อใหม่ต่อไป
- ในทุก ๆ ส่วนของข้อสอบ จะมีช่วงหยุด (pause) ควรใช้เวลาส่วนนี้เพื่อตอบคำถามข้อความที่เพิ่งได้รับฟัง และศึกษาคำถามข้อต่อไป ก่อนการฟังในช่วงที่จะตามมา
- เมื่อผู้เข้ารับการทดสอบ ได้พลาดคำตอบข้อใดข้อหนึ่งแล้ว อย่าพยายามย้อนคิดถึงสิ่งที่ได้รับฟังไปแล้ว ควรตั้งใจและทำความเข้าใจกับคำถาม สำหรับข้อความที่กำลังจะได้รับฟัง ทั้งนี้ เพื่อที่จะสามารถจดจำข้อมูล ที่ต้องการในการนำมาตอบคำถามดังกล่าว
- เมื่อทำข้อสอบเสร็จแล้ว ควรใช้เวลาที่ได้รับประมาณ 3 นาที เพื่อตรวจทานโดยเฉพาะประเด็นต่อไปนี้
- ตัวสะกดถูกต้องในส่วนที่ 1
- ประเภทที่มีคำตอบให้เลือก (multiple choices) ใส่วงกลมตัวอักษรเพียงข้อเดียวเท่านั้น

***************************** ****************************************************************
บรรณานุกรม
                      * คู่มือเตรียมสอบภาษาอังกฤษ , กรมวิเทศสหการ, กุมภาพันธ์ 2537
                      * Prepare for DTEC-Listening test, กรมวิเทศสหการ, มิถุนายน 2541