ที่ นร 0205/ว 119                                                                      สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

                                                                                              ทำเนียบรัฐบาล กทม. 10300 

                                                       10 สิงหาคม 2531 

เรื่อง    ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราว
เรียน    กระทรวง ทบวง กรม

อ้างถึง    1. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร 0201/ว 146 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2520

                      2. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร 0201/ว 197 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2521

                      3. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร 0201/ว 98 ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2522

                      4. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร 0201/ว 187 ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2522 

                    ตามที่ได้ยืนยันมติคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ถือปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ
เกี่ยวกับการเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราว และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตามที่สำนักงบประมาณเสนอ กับได้

มีมติว่า ต่อไปการเดินทางไปราชการต่างประทศให้พิจารณาอนุมัติเฉพาะกรณีที่จำเป็นและเป็นประโยชน์แก่

ทางราชการด้วย นั้น

                    บัดนี้ สำนักงบประมาณได้เสนอว่า สมควรแก้ไขระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการเดินทางไปราชการ

ต่างประเทศชั่วคราว ข้อ 7 และ ข้อ 7 ทวิ เพื่อให้ครอบคลุมถึงการอบรมและสัมมนา และเพื่อให้หลักการต่าง ๆ

ในระเบียบฯ ชัดเจนและสมบูรณ์ สอดคล้องกับพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ

พ.ศ. 2526 ที่ใช้บังคับในปัจจุบันดังนี้

                    1. แก้ไขข้อความในข้อ 7 เป็น

                            "7. ภายใต้บังคับข้อ 7 ทวิ ผู้เดินทางไปดูงาน ฝึกงาน อบรมหรือสัมมนาในต่างประเทศโดยได้รับ

ทุนหรือความช่วยเหลือจากต่างประเทศหรือจากหน่วยงานใด ๆ จะเบิกค่าใช้จ่ายใด ๆ จากทางราชการไม่ได้

ยกเว้นค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็น เนื่องในการเดินทางไปราชการในลักษณะเหมาจ่าย ให้เบิกจ่ายได้ตามหลักเกณฑ์

และวงเงินที่สำนักงบประมาณกำหนด"

                    2. แก้ไขข้อความในข้อ 7 ทวิ เป็น

                            "7 ทวิ ในการณีรัฐบาลต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศให้ทุนดูงาน ฝึกงาน แก่เจ้าหน้าที่

ของส่วนราชการ โดยให้ค่าโดยสารเครื่องบินเพียงหนึ่งเที่ยว ถ้าทุนดูงานหรือฝึกงานนั้นเป็นประโยชน์แก่

ทางราชการ และการดูงานหรือฝึกงานนั้นเกี่ยวกับเทคนิคใหม่ ๆ ส่วนราชการจะเบิกจ่ายค่าโดยสารเครื่องบิน

ขั้นต่ำสุดเพียงหนึ่งเที่ยว สำหรับผู้ได้รับทุนดูงาน ฝึกงานดังกล่าวจากงบประมาณรายจ่ายของส่วนราชการ

เจ้าสังกัดก็ได้ โดยให้ทำความตกลงกับสำนักงบประมาณเป็นราย ๆ ไป"

ซึ่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วเห็นชอบด้วย และได้เสนอขอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา

                    คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติตามที่สำนักงบประมาณเสนอ

                    จึงเรียนยืนยันมา - จึงเรียนมาเพื่อทราบ 

                                                        ขอแสดงความนับถือ

                                       (ลงชื่อ)         อนันต์   อนันตกุล
                                                      (นายอนันต์   อนันตกุล)

                                                       เลขาธิการคณะรัฐมนตรี

 

กองประมวลและติดตามผลมติคณะรัฐมนตรี
โทร.2801446 


                                     ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราว

                    1. การเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราวซึ่งต้องเบิกค่าใช้จ่ายในการนี้จากเงินงบประมาณ
แผ่นดิน หรือเงินอื่นใดของทางราชการ ให้ผู้เดินทางออกเดินทางล่วงหน้าได้ตามความจำเป็น แต่ต้องไม่

เกินระยะเวลาดังจะกล่าวต่อไปนี้

                            (1) ในกรณีที่เดินทางไปประเทศในทวีปเอเซีย ให้ออกเดินทางล่วงหน้าก่อนถึงเวลาเริ่มปฏิบัติ

ราชการในประเทศนั้น ๆ เป็นเวลาไม่เกินยี่สิบสี่ชั่วโมง

                            (2) ในกรณีที่เดินทางไปประเทศออสเตรเลีย หรือนิวซีแลนด์ หรือประเทศในทวีปยุโรป

อเมริกาเหนือ หรืออาฟริการ ให้ออกเดินทางล่วงหน้าก่อนถึงเวลาเริ่มปฏิบัติราชการในประเทศนั้น ๆ เป็น

เวลาไม่เกินสี่สิบแปดชั่วโมง

                            (3) ในกรณีที่ออกเดินทางไปประเทศในทวีปอเมริกาใต้ ให้ออกเดินทางล่วงหน้าก่อนถึงเวลา

เริ่มปฏิบัติราชการในประเทศนั้น ๆ เป็นเวลาไม่เกินเจ็ดสิบสองชั่วโมง

                    เวลาเริ่มปฏิบัติราชการดังกล่าวใน (1) (2) และ (3) ข้างต้น หมายความว่า เวลาเริ่มต้นการประชุม

การเจรจาธุรกิจ การดูงานหรือการปฏิบัติงานอื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจากทางราชการ

                    2. ถ้าผู้เดินทางมีความจำเป็นต้องออกเดินทางล่วงหน้าเกินระยะเวลาดังกล่าวใน 1 เพราะมีกิจธุระ

ส่วนตัวก็ให้กระทำได้ แต่จะนับเวลาที่เกินนั้นเป็นเวลาเดินทางไปราชการ เพื่อคำนวณเบี้ยเลี้ยงเดินทาง

ไม่ได้ แต่ทั้งนี้ถ้าผู้เดินทางเป็นข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนาชการ ให้ขออนุญาตลากิจหรือลาพักผ่อน

ต่อผู้บังคับบัญชาตามระเบียบว่าด้วยการนั้นด้วย

                    ถ้าผู้เดินทางต้องออกเดินทางล่วงหน้าเกินระยะเวลาดังกล่าวใน 1 เนื่องจากความจำเป็นในทาง

ราชการหรือเหตุอื่น ๆ ซึ่งมิใช่กิจส่วนตัว ให้ขออนุญาตขยายระยะเวลาเดินทางล่วงหน้าต่อผู้มีอำนาจ

อนุมัติตัวบุคคลในการเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราว เมื่อได้รับอนุมัติแลัว ให้นับเวลาที่เกินนั้น

เป็นเวลาเดินทางไปราชการเพื่อคำนวณเบี้ยเลี้ยงเดินทางได้

                    3. เมื่อเสร็จการปฏิบัติราชการในต่างประเทศแล้ว ให้ผู้เดินทางซึ่งเป็นข้าราชการหรือลูกจ้างของ

ส่วนราชการเดินทางกลับประเทศไทยโดยไม่ชักช้าและต้องเดินทางถึงประเทศไทยภายในกำหนดเวลา

ดังจะกล่าวต่อไปนี้

                            (1) ในกรณีที่เดินทางไปประเทสในทวีปเอเซีย ให้เดินทางถึงประเทศไทยภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง

นับแต่เวลาที่เสร็จสิ้นการปฏิบัติราชการ

                            (2) ในกรณีที่เดินทางไปประเทศออสเตรเลีย หรือนิวซีแลนด์ หรือประเทศในทวีปยุโรป

อเมริกาเหนือ หรืออาฟริกา ให้เดินทางถึงประเทศไทยภายในสี่สิบแปดชั่วโมง นับแต่เวลาที่เสร็จสิ้น

การปฏิบัติราชการ

                            (3) ในกรณีที่เดินทางไปประเทศในทวีปอเมริกาใต้ ให้เดินทางถึงประเทศไทยภายในเจ็ดสิบสอง

ชั่วโมง นับแต่เวลาที่เสร็จสิ้นการปฏิบัติราชการ

                    เวลาที่เสร็จสิ้นการปฏิบัติราชการดังกล่าวใน (1) (2) และ (3) ข้างต้น หมายความว่าเวลาที่เสร็จ

สิ้นการประชุม การเจรจาธุรกิจ การดูงานหรือการปฏิบัติงานอื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจากทางราชการ

                    4. ในกรณีที่ผู้เดินทางมีความจำเป็นต้องเดินทางถึงประเทศไทยเกินระยะเวลาที่กล่าวใน 3 นอกจาก

กรณีเจ็บป่วยระหว่างเดินทาง ให้นำความใน 2 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ถ้าผู้เดินทางเจ็บป่วยระหว่างเดินทาง

ให้เบิกค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าที่พักสำหรับระยะเวลาที่หยุดอยู่เพราะเจ็บป่วย ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดใน

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ

                5. การเบิกเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราวให้ปฏิบัติดังนี้

                            (1) สำหรับการเดินทางเพื่อเข้าร่วมการประชุมในต่างประเทศ หรือการเดินทางไปเจรจาธุรกิจ

ณ ต่างประเทศ ซึ่งรวมทั้งการเจรจาเงินกู้ และการเจรจาขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศให้เบิกจาก

เงินงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเจรจาธุรกิจและการประชุมนานาชาติที่ตั้งไว้ทางกระทรวงหรือ

ทบวงเจ้าของเรื่องก่อนในกรณีที่มีความจำเป็นจะใช้เงินหมวดค่าใช้สอยหรือเงินอื่น ๆ ของส่วนาชการ

เจ้าสังกัดของผู้เดินทางเป็นค่าใช้จ่ายในการนี้ ให้ขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณก่อนทุกครั้ง

                            (2) สำหรับการเดินทางเพื่อดูงาน ฝึกงาน หรือปฏิบัติงานอื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจากทาง

ราชการ นอกจากที่กล่าวใน (1) ข้างต้น ให้เบิกจากงบประมาณรายจ่ายหรือเงินอื่นใดของส่วนาชการ

เจ้าสังกัดของผู้เดินทางหรือส่วนราชการเจ้าของเรื่องแล้วแต่กรณี

                    6. ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องเบิกเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราว

จากงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ให้ส่วนาชการ

เจ้าสังกัดของผู้เดินทางหรือส่วนราชการเจ้าของเรื่อง แล้วแต่กรณี ทำความตกลงกับสำนักงบประมาณ

                7. ภายใต้บังคับข้อ 7 ทวิ ผู้เดินทางไปดูงาน ฝึกงาน อบรมหรือสัมมนาในต่างประเทศ โดยได้

รับทุนหรือความช่วยเหลือจากต่างประเทศหรือจากหน่วยงานใด ๆ จะบิกค่าใช้จ่ายใด ๆ จากทางราชการ

ไม่ได้ ยกเว้นค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นเนื่องในการเดินทางไปราชการในลักษณะเหมาจ่าย ให้เบิกจ่ายได้

ตามหลักเกณฑ์และวงเงินที่สำนักงบประมาณกำหนด

                   7. ทวิ ในกรณีรัฐบาลต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศให้ทุนดูงาน ฝึกงานแก่เจ้าหน้าที่

ของส่วนราชการ โดยให้ค่าโดยสารเครื่องบินเพียงหนึ่งเที่ยว ถ้าทุนดูงานหรือฝึกงานนั้น เป็นประโยชน์

แก่ทางราชการ และการดูงานหรือฝึกงานนั้นเกี่ยวกับเทคนิคใหม่ ๆ ส่วนราชการจะเบิกจ่ายค่าโดยสาร

เครื่องบินขั้นต่ำสุดเพียงหนึ่งเที่ยวสำหรับผู้ได้รับทุนดูงาน ฝึกงานดังกล่าวจากงบประมาณรายจ่ายของส่วน

ราชการเจ้าสังกัดก็ได้ โดยให้ทำความตกลงกับสำนักงบประมาณเป็นราย ๆ ไป

                    8. ผู้เดินทางไปร่วมประชุมหรือเจรจาธุรกิจในต่างประเทศ โดยได้รับความช่วยเหลือจากต่างประเทศ

หรือหน่วยงานใด ๆ ไม่ว่าเป็นเงิน บริการ หรือสิ่งของ ถ้าความช่วยเหลือที่ได้รับน้อยกว่าสิทธิที่จะพึงมี

ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ให้ทางราชการจ่ายเงินสมทบให้ตาม

เกณฑ์ที่กล่าวใน 9

                    9. การเบิกเงินค่าใช้จ่ายสมทบตาม 8 ให้เป็นไปตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้

                            (1) ถ้าผู้ให้ความช่วยเหลือจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงหรือค่าที่พักให้ต่ำกว่าอัตราที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ให้จ่ายเงินค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าที่พักสมทบให้ได้รับตามสิทธิ

                    ในกรณีที่ผู้ให้ความช่วยเหลือจัดที่พักให้ ให้ถือว่าผู้เดินทางได้รับเงินค่าที่พักเต็มอัตราตามสิทธิ

                            (2) ถ้าผู้ให้ความช่วยเหลือไม่จ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงระหว่างวันเดินทางไปกลับให้ทางราชการจ่ายค่าเบี้ย

เลี้ยงสำหรับวันเดินทางไปและกลับในกรณีที่ผู้เดินทางพึงได้รับตามเกณฑ์ที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ

                            (3) ในกรณีที่ผู้ให้ความช่วยเหลือไม่จ่ายเงินค่าเครื่องแต่งตัว ให้ทางราชการจ่ายเงินค่าเครื่อง

แต่งตัวให้ตามสิทธิของผู้เดินทาง ถ้าผู้ให้ความช่วยเหลือจ่ายเงินค่าเครื่องแต่งตัวให้น้อยกว่าที่ผู้เดินทาง

จะพึงได้รับตามสิทธิ ก็ให้จ่ายเงินค่าเครื่องแต่งตัวให้เท่ากับจำนวนเงินที่ยังขาดอยู่

                            (4) ให้ผู้เดินทางมีสิทธิได้รับเงินค่ารับรองตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงบประมาณกำหนดหรือตามที่

จะได้ทำความตกลงกับสำนักงบประมาณแล้วแต่กรณี

                            (5) ถ้าผู้ให้ความช่วยเหลือไม่ออกค่าโดยสารเครื่องบินให้เลย ให้เบิกค่าโดยสารเครื่องบินไปกลับ

ได้ตามสิทธิของผู้เดินทาง ถ้าผู้ให้ความช่วยเหลือออกค่าโดยสารเครื่องบินให้เพียงหนึ่งเที่ยวให้เบิกค่าโดยสาร

เครื่องบินอีกหนึ่งเที่ยวจากทางราชการได้

                    ในกรณีที่ผู้ให้ความช่วยเหลือออกค่าโดยสารเครื่องบินชั้นทัศนาจรให้ แม้ผู้เดินทางจะมีสิทธิโดยสาร

เครื่องบินชั้นหนึ่งก็ตาม ทางราชการจะไม่จ่ายเงินสมทบเป็นค่าโดยสารเครื่องบินชั้นหนึ่งให้อีก

                    10. ผู้เดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราวซึ่งเป็นข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการ จะออก

เดินทางจากประเทศไทยได้ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติตัวบุคคลในการเดินทางไปราชการต่าง

ประเทศชั่วคราวแล้ว

                11. อำนวจอนุมัติตัวบุคคลในการเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราวให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี

ว่าด้วยการนั้น

                12. ให้ปลัดกระทรวง ปลัดทบวง หรือหัวหน้าส่วนราชการ ซึ่งมีฐานะเป็นกรม แล้วแต่กรณี ดูแลให้

การเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราวเป็นไปโดยเหมาะสม และประหยัด โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่

ทางราชการจะได้รับ เมื่อเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไป

                    13. การปฏิบัติเกี่ยวกับการเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราวนอกจากที่กำหนดไว้เป็นระเบียบ

ปฏิบัติดังกล่าวข้างต้น ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ 

หมายเหตุ
                    ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราวได้กำหนดไว้ในหนังสือเวียน

สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ดังนี้

                    1. ที่ สร 0201/ว 146 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2520 แจ้งมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2520 

อนุมัติให้กระทรวง ทบวง กรม ถือปฏิบัติตามระบียบฯ ตามที่สำนักงบประมาณเสนอ

                    2. ที่ สร 0201/ว 197 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2521 แจ้งมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน

2521 อนุมัติให้ดำเนินการแก้ไขระเบียบฯ ข้อ 7 , เพิ่มความข้อ 7 ทวิ , และแก้ไขระเบียบฯ ข้อ 8 ข้อ 9 และ

ข้อ 13

                    3. ที่ สร 0201/ว 98 ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2522 แจ้งมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2522

เห็นชอบตามความเห็นของคณะกรรมการประสานงานระหว่างหน่วยราชการทางการเงิน ให้แก้ไขระเบียบฯ

ข้อ 5(1) ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ

                    4. ที่ นร 0205/ว 119 ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2531 แจ้งมติคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้แก้ไขระเบียบฯ 

ข้อ 7 และ ข้อ 7 ทวิ ตามที่สำนักงบประมาณเสนอ

Back   | Main